สมาชิกเข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิกใหม่ | ลืมรหัสผ่าน
ข่าว และ กิจกรรม
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 26
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 500
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 717,557
 เปิดเว็บ 31/08/2555
 ปรับปรุงเว็บ 31/10/2560
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
20 พฤศจิกายน 2560
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30     
             
  สำหรับประชาชน
ช่วยด้วย!!ถูกงูกัด!
จำนวนผู้เข้าชม 473 คน
ข้อมูล และ ภาพประกอบจาก : สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
        
  • สัตว์มีพิษที่ประชาชนควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝน คือ งูพิษ  แมงป่อง ตะขาบ 
  • โดยงูพิษเป็นสัตว์ที่น่ากลัวที่สุด  จะแฝงตัวอยู่ในพื้นที่รกและชื้นแฉะ
  • ซึ่งข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติพบว่า ที่ผ่านมามีผู้ถูกสัตว์มีพิษกัดทั้งสิ้น 13,009 ราย
  • ข้อมูลจากสถานเสาวภา สภากาชาดไทย  ระบุว่า งูพิษที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ
    • 1. งูพิษที่มีผลต่อระบบประสาท ได้แก่ งูเห่าไทย งูเห่าพ่นพิษสยาม  งูจงอาง และงูสามเหลี่ยม     โดยพิษของงูจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเป็นอัมพาต จะเริ่มจากกล้ามเนื้อมัดเล็ก ไปจนถึง กล้ามเนื้อมัดใหญ่และสุดท้ายจะเป็นทั้งตัว อาการแรกเริ่ม คือ หนังตาตก ผู้ป่วยลืมตาไม่ขึ้น ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดๆ ว่าผู้ป่วยง่วงนอน ต่อมาจะเริ่มกลืนน้ำลายลำบาก พูดอ้อแอ้ และหยุดหายใจ เสียชีวิต  
    • 2.งูพิษที่มีผลต่อระบบเลือด ได้แก่ งูแมวเซา ซึ่งหากถูกกัด จะมีอาการปวดบวมบริเวณรอบแผลเล็กน้อย  และงูกะปะ หากถูกกัดจะพบตุ่มน้ำเลือด  และมีเลือดออกจากแผลที่ถูกกัด ส่วนกรณีของงูเขียวหางไหม้ จะมีอาการบวมบริเวณที่ถูกกัด และลามขึ้นค่อนข้างมาก เช่น ถูกกัดบริเวณนิ้วมือ แต่บวมทั้งแขน นอกจากนี้จะมีอาการช้ำเลือด  และ พิษของงูจะไปทำให้เลือดในร่างกายไม่แข็งตัว เลือดออกไม่หยุด  หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร เลือดออกในสมอง  ปัสสาวะมีเลือดปน เลือดออกตามไรฟัน  หรือพบภาวะไตวายเฉียบพลันร่วมด้วยได้ และ
    • 3.งูพิษที่มีผลทำลายกล้ามเนื้อ ได้แก่ งูทะเล  โดยจะทำให้ปวดกล้ามเนื้อทั่วตัว ปัสสาวะมีสีเข้มจนถึงสีดำ ปัสสาวะออกน้อยเนื่องจากมีภาวะไตวายเฉียบพลัน อาจมีหัวใจหยุดเต้นจากภาวะโพแทสเซียมคั่งในเลือด
  • หากท่านพบเห็นผู้ที่ถูกงูพิษเหล่านี้กัด เมื่อตรวจสอบแล้วว่าเป็นงูพิษ ให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ จากนั้นให้ทำการปฐมพยาบาลตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
    • โดยต้องรีบล้างแผลให้สะอาด
    • ห้ามกรีดบาดแผล หรือดูดเลือดออกจากบาดแผลเด็ดขาด เนื่องจากเป็นความเข้าใจผิดและอาจจะทำให้ผู้ที่เข้าช่วยเหลือจะได้รับพิษไปด้วยหากมีบาดแผลในช่องปาก
    • ห้ามกินยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน เพราะจะไปเสริมฤทธิ์ให้พิษงูทำงานเร็วยิ่งขึ้น
    • จัดให้ผู้ที่ถูกงูพิษกัดนอนนิ่งๆ จัดส่วนที่มีงูกัดให้ต่ำกว่าระดับหัวใจ  อย่าเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็น
    • ที่สำคัญไม่ควรปฐมพยาบาลด้วยการขันชะเนาะ เพราะหากทำผิดวิธีจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมีอันตรายมากยิ่งขึ้น และหากผู้ป่วยฉุกเฉินหยุดหายใจจะต้องรีบทำการฟื้นคืนชีพ หรือ CPR 




อันตรายแบบนี้ เราต้องรู้จักวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง เพื่อ ชีวิตคนรอบข้างของเราจะได้ปลอดภัยนะคะ heart
 

#wearenurse #nursestation #Parttime #พยาบาล #หางานพยาบาล #พยาบาลอาชีวอนามัย #พยาบาลโรงงาน #ห้องพยาบาล
#สุขภาพ #พยาบาลพาร์ททาม #ฟรีแลนซ์

-------------------
ติดตามข่าวสาร/สอบถามข้อมูลหรือพูดคุยกับทีมเราได้ที่ ...
Line @ : https://line.me/R/ti/p/%40nurse.station มาร่วมเป็นทีมด้วยกันนะคะ
ขอใบเสนอราคาทักแชท http://line.me/ti/p/~tnptesha

สำหรับประชาชน
- 3ส. วัคซีนป้องกันการฆ่าตัวตาย
- 5สัญญาณเตือน เสี่ยง ฆ่าตัวตาย ในโลกโซเชียล
- มาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค
- ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับ วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก
- ทำความรู้จักกับวิตามิน B1
- 10 สัญญาณเตือน วัยรุ่น-ผู้ใหญ่ สมาธิสั้น!!
- สารเคมีเข้าตา
- สิทธิฟรีค่ารักษา สำหรับ ผู้บริจาคโลหิตเป็นประจำ
- ประโยชน์ของการบริจาคโลหิต
- บอกลาขาเบียด .. ด้วยเก้าอี้
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright &C& 2012 by wearenurse.com All Rights Reserved.
Engine by MAKEWEBEASY